วันพุธที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2555

ผู้เล่นตำแหน่ง ชู้ตติ้งการ์ด (Shooting guard)


     มักรับหน้าที่ทำคะแนนและประกบผู้เล่นวงนอกที่เก่งที่สุดของฝ่ายตรงข้าม ชื่อเรียกอื่นชู้ตติ้งการ์ดได้แก่ ทูการ์ด (2-guard) , บิ๊กการ์ด (big guard) และ ออฟการ์ด (off guard) แต่บางทีมก็มอบหมายหน้าที่ในการนำลูกเข้าแดนฝ่ายตรงข้ามด้วย เรียกผู้เล่นเหล่านี้ว่า คอมโบการ์ด (combo guard) ชู้ตติ้งการ์ดหลายคนที่มีรูปร่างใหญ่สามารถเล่นตำแหน่งสมอลฟอร์เวิร์ดได้ด้วย ผู้เล่นที่สามารถเล่นสลับระหว่างชู้ตติ้งการ์ดกับสมอลฟอร์เวิร์ดเรียกว่า สวิงแมน (swingman)
     แม้ว่าชู้ตติ้งการ์ดหลายคนเป็นผู้ที่สามารถจัมพ์ชู้ต (jump shoot, ชู้ตลูกระหว่างการกระโดด) ระยะไกลได้ดีที่สุดในทีม ส่วนใหญ่ยังสามารถนำลูกไปทำคะแนนใกล้ห่วงได้ดีอีกด้วย ชู้ตติ้งการ์ดที่ดีควรมีทักษะการส่งลูกที่ดีพอควร แต่หน้าที่หลักของคือการทำคะแนน ส่วนการแจกจ่ายลูกมักปล่อยเป็นหน้าที่ของพอยท์การ์ด ชู้ตติ้งการ์ดในระดับอาชีพมักสูงระหว่าง 6 ฟุต 2 นิ้ว (1.88 เมตร) ถึง 6 ฟุต 9 นิ้ว (2.06 เมตร)
     ไมเคิล จอร์แดน (Michael Jordan) นักบาสเกตบอลที่มีชื่อเสียงที่สุดในประวัติศาสตร์ก็เป็นชู้ตติ้งการ์ด แต่ทักษะการเข้าไปทำคะแนนใต้แป้นทำให้มองว่าเขาเล่นเหมือนสมอลฟอร์เวิร์ดมากกว่า ในทางกลับกัน เรกจี มิลเลอร์ (Reggie Miller) เล่นในแบบฉบับของชู้ตติ้งการ์ด มีท่าจัมพ์ชู้ตที่แม่นยำ
     ผู้เล่นชู้ตติ้งการ์ดที่เด่นในปัจจุบันเช่น โคบี ไบรอันต์ (Kobe Bryant) , ดเวน เหว็ด (Dwyane Wade) , เทรซี แม็คเกรดี (Tracy McGrady), เรย์ อัลเลน (Ray Allen) , วินซ์ คอร์เตอร์ (Vince Carter) , เจสัน ริชาร์ดสัน (Jason Richardson) , ไดอานา ทอราซิ (Diana Taurasi) ในดับบลิวเอ็นบีเอ, ริชาร์ด แฮมิลตัน (Richard Hamilton) , มานู จิโนบิลลี (Manu Ginobili) , ไมเคิล เรดด์ (Michael Redd) และ พอล เพียร์ซ (Paul Pierce)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น